●≧﹏≦●'s profileมินต์ สเปซPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
มินต์ สเปซพื้นที่ว่างๆ |
||||||||||||
คั บ อ ก คั บ ใ จ ม่ า ย รู้ จ า เ ม้ น ต ร ง ไ ห น ต ร ง นี้ เ ล ย!! ดีจร้าแวะมาเม้นให้นะงับ
ขออวยพรให้ติด
มหาลัยที่ใฝ่ฝันนะ
ไปหล่ะบับาบยจร้า
Nov. 17
INN Salimeewrote:
Nov. 12
N.MLuv_4Ever$wrote:
หม่อมแม่เพคร้าฟฟฟฟ
หม่อมลูกจะบอกหม่อมแม่ว่า
"หงษ์น่ารักกว่าเป็ดเพคร้าฟฟ"555+
ปล.รูปนั้นเหมือนกอลิล่าจริงๆน้าเพคร้าฟฟฟฟ
GoodNigHt My Friend
Sept. 28
ดีค๊าบยินดีที่ได้รู้จักนะ
Sept. 4
Denniswrote:
Hi! It's so nice to meet you!
Aug. 22
เทียนไข น้ำไหลwrote:
หวัดดี คนสวย วันนี้ สบายดี หรื่อเปล่า คำคืนนี่ขอให้นอนหลับฝานดีนะฮับ ว่าง ๆ ไปเยี่ยมเขาบ้างนะ ฮับ
Aug. 5
E-BeeR 666wrote:
แอบเข้ามาทักทาย
ใกล้สอบแล้วดิ
สู้-สู้นะคับ
^_*
July 14
ภควรรณ องอาจวุฒิวงศ์wrote:
ลั้นล้า..เย้เปิดเทอมแย้ว
May 15
The Suck
wrote:
5555++น้องเหม่ง
ไปงานป่าวอ่ะ ไปดูฟลัวกันเหอะ
เดี๊ยวพกโฮลก้าไป เอาแมร่งติสแตกไปเลย
โค๊ดเบื่ออ่ะ แล้วไปต่อขอแบบพอตึงๆ
ไม่เอาโมทาวแล้ว เกลียดทอมสัดสัด
ไปโทรบอกพี่ด้วย
570
Feb. 22
พี่แป๋ง(สวยสุดๆ)
wrote:
โอ้โหคุนน้องขา สเปซงามค่ะ
แวะมาทักสักนิด
แล้วทำไมถึงเป็นงั้นไปอ่ะ
พี่ฝากให้ไอ้ห่าต้องมันดูให้แล้วนิ
สงสัยจะอยู่ที่หออ่ะ ว่างๆแวะมานะหนู
มีโคตะระเยอะเกิ๊นนน สุมๆอยู่ 555+
Feb. 7
|
October 26 คุณเชื่อในสีม่วงไหม?-------------------------------- Do You Belive in Purple? by David Berry http://www.davidberryart.com/articles/purple.html ถ้า เรามองดูปัญหานี้ครั้งแรก เราอาจจะคิดว่ามันเป็นปัญหาปัญญาอ่อน เพราะว่าสีม่วงก็คือสีหนึ่งๆ และสีทุกสีก็เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมไม่ใช่หรือ? เอาล่ะ ใช่ สำหรับบางสี ในขณะที่บางสีมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ตาของเราไม่เหมือนกับหูซึ่งได้ยินคลื่นความถี่เฉพาะช่วง ตาของเราผสมสีเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นเป็นสีเดียว แม้ว่ามันจะมีหลายสีก็ตาม มันเหมือนกับว่าเราได้ยินเสียงโน้ตโดดๆ เพียงตัวเดียว เวลาที่มีคนเล่นคอร์ดหรือเล่นรวมกัน เวลาเราผสมสี เช่น สีน้ำเงินและสีเหลือง เราไม่เห็นคอร์ดหรือรูปร่างผสานระหว่างสีน้ำเงินกับสีเหลือง แต่เราเห็นสีเขียว สีม่วงมาจากไหน? ดวง อาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงหลักบนโลกใบนี้ และมันก็ปล่อยแสงในช่วงที่มองเห็นได้ ซึ่งเป็นการผสานต่อระหว่างคลื่นความถี่ต่ำไปจนถึงคลื่นความถี่สูง คล้ายๆกับคลื่นเสียงและคลื่นไมโครเวฟ อินฟราเรดอยู่ใต้ขอบล่างสุด แล้วก็เริ่มด้วยสีแดงเข้ม เสปคตรัมของสายรุ้งเรียงตามลำดับสีแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน และสีม่วงเข้ม (violet) สีม่วงเข้ม (violet) เป็นเพียงสีน้ำเงินเข้มและไม่มีสีแดงเจือปนอยู่เลย หลังจากสีม่วงก็เป็น UV ใน บทความนี้จะมีการอ้างอิงถึงสีม่วงสองแบบนะครับ นั่นคือ violet (สีม่วงไปทางน้ำเงินเข้ม) และสี purple (สีม่วงออกไปทางบานเย็น) ซึ่งสีม่วง purple เป็นสีที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นหลัก วง ล้อสีแสดงสีม่วง (purple) อย่างชัดเจนระหว่างสีน้ำเงินและสีแดง แม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องตามหลักคลื่นความถี่แสงก็ตาม เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เรามองเห็น ความถี่แสงนั้นจบลงเมื่อสีแดงหรือสีน้ำเงินเข้มขึ้น แต่ไม่เคยวนกลับมาเพื่อสร้างเป็นวงล้อ เราใช้วงล้อสีทำหลายๆ อย่าง เช่น การผสมสี มันเป็นการดีที่รู้ว่าเมื่อเราผสมสีน้ำเงินและสีเหลือง เรามองเห็นสีเขียวเป็นผลลัพธ์ เมื่อเราผสมสีน้ำเงินกับสีแดง จิตใจของเราตีความสีนี้เป็นสีใหม่ที่ชื่อว่าสีม่วง แต่มันไม่ใช่สีม่วง (purple) ที่แท้จริง มันยังคงเป็นการรวมกันระหว่างคลื่นสีแดงและสีน้ำเงิน บาง คนจะกล่าวว่าสีม่วง (violet) มีสีแดงเจือปนเล็กน้อย หรือว่าสีแดงเข้มมีสีน้ำเงินเจือปนเล็กน้อย พวกเขาจะทำแม้กระทั่งหาหลักฐานมายืนยัน แต่ว่าสีไม่ได้เป็นเรื่องของชื่อบนดินสอสีเทียนหรือกระป๋องสีทาบ้าน ความจริงแล้ว สีส่วนมากที่บอกว่าเป็นสีแดงเข้ม สีม่วง หรือสีน้ำเงินเข้ม ใช้ส่วนผสมที่ให้สีที่ไม่ตรงกับชื่อของมัน วิทยาศาสตร์จำกัดความของสีด้วยคลื่นความถี่แสงและการสะท้อนแสงของเกล็ดเคมี เมื่อเราพิจารณาถึงแสงแล้ว เราจะพบว่าสีม่วง purple ไม่มีอยู่ในคลื่นความถี่ มันถูกกำหนดเป็นสีที่ไม่ได้อยู่ในเสปคตรัม ประวัติของสีม่วง purple จน กระทั่งศตวรรษที่ 19 สีม่วง purple (ต่อไปนี้ถ้าผมพิมพ์ว่าสีม่วง หมายถึง purple นะครับ จนกว่าจะกำกับว่า violet) ถือเป็นสีหลวง ธรรมชาติสร้างโครงสร้างเคมีซึ่งปกติแล้วจะสะท้อนแถบแสงแค่บางช่วงเท่านั้น สัตว์มีเปลือกหลายชนิดจะสร้างสารสีม่วงขึ้นเพื่อใช้เป็นหมอกควันอำพราง แต่การที่จะเก็บสารสีม่วงเหล่านั้นให้ได้พอเพียงเป็นเรื่องยาก และค่าใช้จ่ายสูง พืชบางชนิดเท่านั้นที่ผลิตสีม่วงที่ไม่จางหายเร็วเกินไป เพราะฉะนั้นจึงมีแต่ราชวงศ์ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงเสื้อผ้าหรูหราสีม่วง เท่านั้น ถึงมีโอกาสได้ใช้สีหลวงนี้ จนกระทั่งปี 1856 เมื่อ William Henry Perkin ได้ค้นพบว่ากากถ่านหินสามารถนำมาทำเป็นสีม่วงได้ ซึ่งจัดเป็นสีย้อมผ้าสังเคราะห์ที่แท้จริงสีแรก แม้ว่ามันจะมีราคาถูกและได้รับความนิยมอย่างสูง แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แม้จะอย่างนั้นก็ตาม สีม่วงใหม่นี้ทำให้บรรดาขุนนางและราชวงศ์สามารถใส่สีม่วงได้ตลอดเวลาและกลาย เป็นแฟชั่นในสังคมอังกฤษสมัยนั้น การผลิตสีย้อมจากกากถ่านหินเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ภาพลวงตาของส เมื่อ เรามองไปที่ใบไม้สีเขียว มันไม่ใช่สีผสมระหว่างสีน้ำเงินและสีส้ม แต่เป็นคลื่นความถี่สีเขียวแท้จริงที่สะท้อนมาจากใบไม้ มันเป็นอย่างนี้ตลอดในธรรมชาติ เพราะฉะนั้นความจริงที่ว่าสายตาเราผสมสีเข้าด้วยกันจึงไม่ใช่ปัญหา แต่กลับเป็นสิ่งที่ดีอีกต่างหาก ถ้ามีสีเขียวที่ใกล้เคียงกันจำนวน หนึ่งอยู่ในภาพและสีแทนกระจัดกระจายอยู่ อย่างเช่น สิงโตที่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า การที่เรามองเห็นสีแต่ละสีแยกจากกันจะทำให้เกิดความโกลาหลของสี และทำให้ยากต่อการมองเห็นวัตถุที่สีใกล้เคียงกัน ทุกอย่างจะดูเหมือนอยู่ในลายพรางตลอด จนกว่าจะมีอะไรเคลื่อนไหว สมอง ของเรารับสัญญาณจากตาแล้วจัดการผสมเข้าด้วยกันตามความเหมาะสม สิ่งนี้ทำให้สิ่งที่มีสีใกล้เคียงกัน เช่นหัวและตัวของสิงโต สามารถมองออกเป็นวัตถุสิ่งหนึ่งและเด่นชัดจากพุ่มต้นไม้ แน่นอนว่าในชีวิตจริง มันซับซ้อนกว่านี้มาก แต่การรวมสีเข้าด้วยกันทำให้เราได้เปรียบในธรรมชาติ ภาพลวงตาของสีม่วง สี ม่วงไม่ได้่มีอยู่จริงในโลก มันเป็นแค่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นในจิตใจ แน่นอนว่าทุกคนเชื่อในสีม่วง เพราะว่าเรามองเห็นมัน แต่มันก็ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆ เลย หลายสิ่งที่เราเห็นว่ามีอยู่ตรงนั้นความจริงแล้วเป็นการตีความจากภายในจิตใจ ของเราต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเท่านั้น บางสิ่งก็ดูลวงตากว่าสิ่งอื่น แต่เราหาได้มองเห็นความจริงที่ถูกต้องและสมบูรณ์ไม่ อย่างเช่น มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะไม่ใส่ใจต่ออะตอม เวลาเรามองไปยังโคมไฟหรือสุนัข การรับรู้ของเราถูกบีบลงให้เหลือเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม เราต้องระลึกไว้เสมอว่ามันยังมีความจริงที่อยู่เหนือการรับรู้ของเรา ถ้าหากเราไม่เข้าใจสิ่งนั้นแล้ว เราก็จะมีปัญหาในการต่อกรกับสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้ในขณะนั้นๆี April 19 สุดท้ายคนที่คิด ว่า พึ่งได้ .. กลับไม่มี ที่สุดของความรู้สึก ตกต่ำ ย่ำแย่ เหมือนหมาจนตรอก .. . |
|||||||||||
|
|